ข้อมูลทั่วไป
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน
การซื้อขายหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ
พอร์ตการลงทุน
หลักทรัพย์ 10 อันดับแรก
การจ่ายเงินปันผล
ผลการดำเนินงาน
ความเสี่ยงของกองทุน
คำเตือน
 
กองทุนรวม กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นทุนปันผล
The Krung Thai Dividend Selected Fund (KTSF)
ข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2556


ข้อมูลทั่วไป
วันที่จดทะเบียนกองทุน: 10 กรกฎาคม 2543
เงินทุนจดทะเบียน: 5,000.00 ล้านบาท
มูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายได้ครั้งแรก: 1,051.92 ล้านบาท
ลักษณะโครงการ: กองทุนเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป
ประเภทกองทุน: กองทุนเปิด
ชนิดกองทุนรวม: ลงทุนโดยตรง
นโยบายการลงทุน: ตราสารแห่งทุน
การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า: ลงทุน
วัตถุประสงค์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า: การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน
การลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง: ไม่ลงทุน
ข้อมูลเพิ่มเติมการลงทุนในต่างประเทศ :
อายุโครงการ: ไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของกองทุนรวม /
วันสิ้นสุดรอบบัญชีกองทุน: 30 มิถุนายน
นโยบายการจ่ายเงินปันผล: จ่าย
การระงับข้อพิพาทโดยกระบวนการอนุญาโตตุลาการ: ไม่มี


ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน
บริษัทจัดการ: บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  เลขที่ 11 อาคารคิวเฮ้าส์สาทร ชั้น เอ็ม, จี และ 10
ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120โทรศัพท์ 0 2670 4900
โทรสาร 0 2679 1820
ผู้สอบบัญชีกองทุน : ชัยกรณ์ อุ่นปิติพงษา นาย สำนักงาน ดร. วิรัช แอนด์ แอสโซซิเอทส์
เลขที่ 518/3 อาคารภาณุนี ห้อง 701 ชั้น 7 ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์ 0 2252 2860 โทรสาร 0 2250 0634
นายทะเบียนกองทุน : กรุงไทย จำกัด (มหาชน), บลจ. เลขที่ 11 อาคารคิวเฮ้าส์สาทร ชั้น M,G
ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120 โทรศัพท์ 0 2670 4900 โทรสาร 0 2679 1820ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2549 เป็นต้นไป
ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน : ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บล. เลขที่ 989 อาคารสยามทาวเวอร์ ชั้น 14
ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330โทรศัพท์ 0 2657 7000 โทรสาร 0 2657 7777
ผู้ดูแลผลประโยชน์ : ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 9 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 0-2544-3935 โทรสาร 0-2937-783-4


การซื้อขายหน่วยลงทุน
ประเภทการขาย: ขายหลายครั้ง
ช่องทางการเสนอขายหน่วยลงทุน : ไม่มีข้อมูล
มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อครั้งแรก: 10,000.00 บาท
มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อครั้งถัดไป: 1,000.00 บาท
รูปแบบของเอกสารแสดงสิทธิในหน่วยลงุทน : หนังสือรับรองสิทธิในหน่วยลงทุน
ช่องทางการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน : บริษัทจัดการ / ผู้สนับสนุนการขายหรื่อรับซื้อคืน
วิธีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน : รับซื้อคืนหน่ยลงทุนแบบปกติ
  บริษัทจัดการจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนภายหลังจากการเสนอขายครั้งแรก ตามรายละเอียดวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ระบุไว้ในข้อ 16.3 วันและเวลาที่ทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ตามราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุน ณ สิ้นวันทำการรับซื้อคืน ซึ่งคำนวณตามหัวข้อ “วิธีการคำนวณ กำหนดเวลาในการคำนวณและการประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มูลค่าหน่วยลงทุน และราคาหน่วยลงทุน หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการในกรณีที่มูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถูกต้อง” ในการขายคืนหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเลือกขายคืนหน่วยลงทุนได้ ดังนี้

16.2.1 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี)
ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนด้วยตนเองได้ที่บริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ตามรายละเอียดวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ระบุไว้ในข้อ 16.3 ระยะเวลาในการรับซื้อคืน โดยกรอกใบคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน ระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนและยื่นต่อบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ตั้งแต่เวลาเปิดทำการ จนถึงเวลา 15.30 น.

บริษัทถือว่าคำสั่งขายคืนที่ได้รับหลังจากวันและเวลาดังกล่าวเป็นคำสั่งขายคืนสำหรับวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนครั้งถัดไป

ทั้งนี้ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) จะต้องแจ้งให้บริษัทจัดการทราบโดยทันทีในกรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนสั่งขายคืนหน่วยลงทุนเป็นมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

16.2.2 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารกรุงไทย
บริษัทจัดการอาจเปิดให้บริการการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารกรุงไทย โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ พร้อมทั้งจะปิดประกาศไว้ที่บริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี)

16.2.3 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์ (Telephone Banking) ของธนาคารกรุงไทย
บริษัทจัดการอาจเปิดให้บริการการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์ (Telephone Banking) ของธนาคารกรุงไทย โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ พร้อมทั้งจะปิดประกาศไว้ที่บริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี)

16.2.4 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet)
บริษัทจัดการอาจเปิดให้บริการการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการระบบอินเตอร์เน็ต (Internet) โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ พร้อมทั้งจะปิดประกาศไว้ที่บริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี)

16.2.5 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านการบริการธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์อื่น
บริษัทจัดการอาจจัดให้มีวิธีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) หรือผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์ (Telephone Banking) ของธนาคารกรุงไทย หรือผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์อื่นใดในทำนองเดียวกัน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในอนาคต โดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขโครงการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยจะติดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี)

16.2.6 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการทางโทรศัพท์อัตโนมัติ (IVR) ของบริษัทจัดการ
บริษัทจัดการอาจจัดให้มีบริการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการทางโทรศัพท์อัตโนมัติ (IVR) ของบริษัทจัดการ เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนมีบัญชีผู้ถือหน่วยลงทุนและบัญชีกองทุน สามารถขอใช้บริการสั่งขายคืนหน่วยลงทุนผ่านบริการทางโทรศัพท์อัตโนมัติ (IVR) ของบริษัทจัดการ ภายใต้รายละเอียดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอนวิธีการใช้บริการซื้อขายหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

16.2.7. การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนผ่านไปรษณีย์
บริษัทจัดการอาจจัดให้มีการบริการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทางไปรษณีย์ได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่บริษัทจัดการกำหนด

16.2.8. เงื่อนไขในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
การสั่งขายคืนหน่วยลงทุนจะสมบูรณ์ต่อเมื่อบริษัทจัดการ หรือผู้สนับสนุนการชายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ได้รับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนและได้ทำรายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแล้ว

ผู้สั่งขายคืนไม่สามารถยกเลิกคำสั่งขายได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบริษัทจัดการเป็นกรณีพิเศษหรือเป็นกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามข้อ "การเล
ระยะเวลาในการรับซื้อคืน : ทุกวันทำการ
  ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ที่บริษัทจัดการ หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ได้ทุกวันทำการ ในระหว่างเวลาเริ่มเปิดทำการ – 15.30 น.
มูลค่าขั้นต่ำของการสั่งขายคืน 1,000.00 บาท
จำนวนหน่วยขั้นต่ำของการสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล
มูลค่าหน่วยลงทุนคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ : 10,000.00 บาท
จำนวนหน่วยคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ : 1,000.00 หน่วย
อื่นๆ: โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน
ช่องทางการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน : ไม่มีข้อมูล


ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ
ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วย: ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วย: ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วย: ไม่มี
ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน (ตามที่จ่ายจริง)
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน: ตามที่นายทะเบียนกำหนด
ค่าธรรมเนียมการออกเอกสารแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน: -
ค่าปรับกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนด : -
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ: โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน
ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม (ร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน)
ค่าธรรมเนียมการจัดการ: มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1,500 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการจัดการร้อยละ 1.00 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน*
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนส่วนที่เกิน 1,500 ล้านบาทขึ้นไป ค่าธรรมเนียมการจัดการร้อยละ 0.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ*ของกองทุน
ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์: ไม่เกินร้อยละ 0.0725 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน*
ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน: ไม่เกินร้อยละ 0.05 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน*
ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุน: ไม่มี
ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย: ไม่มี
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ: โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน
การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย
บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายตามข้อ 23.1 และ 23.2 โดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
23.3.1. กรณีที่บริษัทจัดการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายเพิ่ม บริษัทจัดการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมเพิ่มเติมในจำนวนเกินกว่าร้อยละ 5 ของค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเดิมภายในระยะเวลา 1 ปีมิได้ เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม หรืออัตราค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ตามวิธีการดังต่อไปนี้ก่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มดังกล่าว
(1) ประกาศหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย 1 ฉบับ เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน และ
(2) ติดประกาศไว้ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และสถานที่ติดต่อทุกแห่งของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ที่ใช้เป็นสถานที่ในการซื้อขายหน่วยลงทุน

23.3.2 กรณีที่บริษัทจัดการจะมีการลดค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่าย
บริษัทจัดการจะติดประกาศการลดค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่าย ไว้ ณ สำนักงานของบริษัทจัดการ และสถานที่ติดต่อทุกแห่งของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) ที่ใช้เป็นสถานที่ในการซื้อขายหน่วยลงทุน

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงตามข้อ 23.3.1 และข้อ 23.3.2 ข้างต้น บริษัทจัดการจะแจ้งให้สำนักงานทราบภายใน 15 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่าย

23.3.3 กรณีที่สมาคมบริษัทจัดการลงทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต. สำนักงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในการคิดค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมตามที่ระบุในข้อ 23.1 และ 23.2 เป็นอย่างอื่นในอนาคต บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่บังคับใช้ใหม่โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว



ข้อมูลสินทรัพย์ของกองทุน
คิดเป็นเปอร์เซนต์ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (% ของ NAV) ณ เดือน มีนาคม 2013
  หุ้น (รหัส 101-102) 95.01%
  หุ้นกู้ (รหัส 103-107) 0.00%
  หน่วยลงทุน(รหัส 108-109, 117-121, 139) 0.00%
  ใบสำคัญแสดงสิทธิ(รหัส 110-116, 124-129) 0.00%
  เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E(รหัส 202-205, 216-224) 4.99%
  พันธบัตรรัฐบาล(รหัส 213) 0.00%
  ทองคำแท่ง 0.00%
  ตราสารอนุพันธ์(รหัส 401-407) 0.00%
     รวม 100.00%
ข้อมูลสินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ ของกองทุน
     สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ 4.45 ล้านบาท


สินทรัพย์ 10 อันดับแรกที่กองทุนลงทุน (เรียงจากมูลค่ามากไปหาน้อย)
คิดเป็นเปอร์เซนต์ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (% ของ NAV) ณ เดือน มีนาคม 2013
1. BANGKOK BANK PUBLIC COMPANY LIMITED (BBL) 8.06%
2. THE SIAM CEMENT PUBLIC COMPANY LIMITED (SCC) 7.82%
3. PTT PUBLIC COMPANY LIMITED (PTT) 6.76%
4. SHIN CORPORATION PUBLIC COMPANY LIMITED (INTUCH) 5.84%
5. BANK OF AYUDHYA PUBLIC COMPANY LIMITED (BAY) 4.86%
6. PTT GLOBAL CHEMICAL PUBLIC COMPANY LIMITED (PTTGC) 4.58%
7. KRUNG THAI BANK PUBLIC COMPANY LIMITED (KTB) 3.87%
8. BANGKOK LAND PUBLIC COMPANY LIMITED (BLAND) 3.68%
9. BANGKOK DUSIT MEDICAL SERVICES PUBLIC COMPANY LIMITED (BGH) 3.52%
10. SAMART CORPORATION PUBLIC COMPANY LIMITED (SAMART) 3.48%


การจ่ายเงินปันผล

ครั้งที่ 1 2 3 รวม
การจ่ายเงินปันผลรอบปีบัญชีปัจจุบัน
วันที่ขึ้น XD
- - - -
วันที่จ่ายเงินปันผล
- - - -
จำนวนเงินปันผล (บาทต่อหน่วย)
- - - 0.00
การจ่ายเงินปันผลรอบปีบัญชีก่อนหน้า 1 ปี
จำนวนเงินปันผลรวม (บาทต่อหน่วย)
0.75 0.50 0.75 2.00


ผลการดำเนินงานของกองทุน

ณ วันที่
30 ธันวาคม 2547
ผลการดำเนินงานของกองทุน (%) ดัชนีมาตรฐาน
(benchmark-%)
ผลการดำเนินงานเฉลี่ยของกองทุนที่มีนโยบายเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม
ย้อนหลัง 3 เดือน 2.32 1.41 2.14
ย้อนหลัง 6 เดือน 16.00 1.49 3.48
ย้อนหลัง 1 ปี (2547) 12.83 -5.94 -0.65
ย้อนหลัง 3 ปี (2545) 13.81 10.20 18.82
นับจากวันที่จดทะเบียนกองทุน 12.83 -5.94 -0.65

หมายเหตุ
  • เกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบสำหรับ กองทุนตราสารทุน คำนวณจากอัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • เกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบสำหรับ กองทุนตราสารแห่งหน คำนวณจากอัตราถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างอัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนี TBDC Government Bond (Total Return Index) ของศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย
  • เกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบสำหรับ กองทุนตลาดเงิน คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ยประเภทบุคคลธรรมดาวงเงิน 1 ล้านบาท (ถ้ามี) ระยะเวลา 3 เดือน ของธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง อันได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)


ความเสี่ยงของกองทุน
กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเน้นตราสารแห่งทุน
ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงจากการลงทุนที่ควรพิจารณาด้วย ดังนี้
  1. Interest Risk / Market Risk
  2. Credit Risk / Default Risk
  3. Purchasing Power Risk
  4. Liquidity Risk
  5. Event Risk
  6. Sector Risk / Industry Risk

คำเตือนที่ควรทราบก่อนตัดสินใจลงทุน
  1. การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืน มากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้
  2. กองทุนรวมเป็นนิติบุคคลแยกต่างจากบริษัทจัดการ ดังนั้นบริษัทจัดการจึงไม่มีภาระผูกพันในการชดเชย ผลขาดทุนของกองทุนรวม ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานของบริษัทจัดการ
  3. ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนซื้อหน่วยลงทุน และเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อใช้ อ้างอิงในอนาคต หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถขอหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลโครงการได้ที่ บริษัทจัดการหรือผู้ขายหน่วยลงทุน
  4. ผู้ลงทุนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายหน่วยลงทุนเป็นบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะ กรรมการ ก.ล.ต. และควรขอดูบัตรประจำตัวของบุคคลดังกล่าวที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกให้ด้วย


ข้อมูลทั่วไป | ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน | การซื้อขายหน่วยลงทุน | ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ
ข้อมูลสินทรัพย์ของกองทุน | สินทรัพย์ 10 อันดับแรก | การจ่ายเงินปันผล | ผลการดำเนินงาน
ความเสี่ยงของกองทุน | คำเตือน

 
ติดต่อผู้ดูแลเว็บ: webmaster@thaimutualfund.com
Copyright © 2002, เกี่ยวกับกฎหมาย/Legal notes